เด็กหญิงอ.3 เธอไม่ค่อยพูดคุยกับใครๆนัก
แต่ก็มีความสุขและร่าเริงดี
...........ในแบบเงียบๆ
แต่ก็มีความสุขและร่าเริงดี
...........ในแบบเงียบๆ
วันนี้เด็กหญิงสวมชุดซึ่งเธอคิดว่าน่ารักที่สุด ในบรรดาเครื่องแบบนักเรียนอนุบาล
ที่ทั้งหมดแล้วไม่ต่างอะไรกันนักเลย แต่เธอก็เลือกมันอยู่นานเชียวล่ะ
ที่ทั้งหมดแล้วไม่ต่างอะไรกันนักเลย แต่เธอก็เลือกมันอยู่นานเชียวล่ะ
เมื่อมาถึงโรงเรียน เธอกล่าวสวัสดีเบาๆกับคุณครู
..เด็กหญิงอ.3 เธอมักจะก้มหน้าเสมอ
ไม่รู้ว่าบนพื้นนั่นมีภาพของใครสะท้อนอยู่
เพราะเธอมักจะมองมัน พร้อมกับยิ้มเล็กๆที่มุมปากเสมอ
ไม่รู้ว่าบนพื้นนั่นมีภาพของใครสะท้อนอยู่
เพราะเธอมักจะมองมัน พร้อมกับยิ้มเล็กๆที่มุมปากเสมอ
เธอไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นกันเพื่อนๆ
เธอกลัวว่าชุดสวยที่เธอเลือกมาตลอดทั้งเช้าจะยับและสกปรกไม่น่าดู
แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ริมสนาม มองดูเพื่อนๆเล่นสนุกกัน
แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ริมสนาม มองดูเพื่อนๆเล่นสนุกกัน
หรือเธอกำลังมองหาใครกันนะ?
เสียงกระดิ่งเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว เด็กหญิงถอนหายใจพร้อมกับลุกขึ้น
ปัดกระโปรงให้เข้าทีแล้วเดินไปเข้าแถวอย่างช้าๆ
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนึ่งดังกระชั้นขึ้นเรื่อยๆจากด้านหลัง
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนึ่งดังกระชั้นขึ้นเรื่อยๆจากด้านหลัง
"ยัยผมสองแกละ...ว่าไงเด็กอาราเล่"
เธอยังคงก้มหน้า มองที่พื้นนั่น
"นี่แหนะ...นี่ๆ" เด็กชายท่าทางร้ายๆคนนั้น เอื้อมมือมาดึงผมเธอเบาๆ
เธอหันหน้าหนี พร้อมกับปัดมือเล็กๆนั่นออกจากผม
นาทีนั้น รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ
นาทีนั้น รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ
ใช่แล้วล่ะ ฉันหลงรักเด็กผู้ชายร้ายๆคนนั้น
วันนี้ก่อนถึงเวลานอนตอนบ่าย เรามีเรียนศิลปะกัน
เป็นชั่วโมงที่ฉันชอบเอามากๆ เพราะพวกเราทุกคนจะต้องก้มหน้า ก้มตา ขะมักเขม้นกันผลงานตรงหน้า
วันนี้ก่อนถึงเวลานอนตอนบ่าย เรามีเรียนศิลปะกัน
เป็นชั่วโมงที่ฉันชอบเอามากๆ เพราะพวกเราทุกคนจะต้องก้มหน้า ก้มตา ขะมักเขม้นกันผลงานตรงหน้า
ฉันจะไม่แปลกแยกหรือโดนเพื่อนๆล้อว่าเอาแต่ก้มหน้าอีกแล้ว
ตอนนี้เค้านั่งตรงข้ามกับฉัน พวกเราต้องใช้สีเทียนร่วมกัน
ฉันชอบระบายสีฟ้า ส่วนเค้า สีเขียว นี่คงเป็นครั้งเดียวที่เราไม่ต้องทะเลาะกัน
เค้ามักจะวาดรูปต้นไม้ ทุ่งหญ้า
ส่วนฉันเอาแต่วาดรูปท้องฟ้า...สิ่งเดียวที่ฉันไม่ค่อยจะสนใจมองนัก
ทั้งๆที่ท้องฟ้า วาดง่ายกว่าทุ่งหญ้าป่าเขา แต่ฉันยังคงวาดไปเรื่อยๆเพราะไม่ว่าจะยังไง
ฟ้าของฉันก็ไม่สวยสมใจซักที อาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้เงยหน้ามองมัน
ขณะที่ฉันกำลังมองหาสีส้มเพื่อวาดพระอาทิตย์ ฉันก็เพิ่งสังเกตว่า เค้า และสีส้มนั้นได้หายไปแล้วมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ความรู้สึกหนึ่ง วูบมาที่หลังของฉัน ในวินาที ที่ฉันนึกขึ้นได้ว่า นั่นเป็นสีส้มที่อยู่ในมือของเค้า เจ้าสีเทียนแท่งนั้นก็ถูกวาดเป็นรูปวงกลมซะแล้ว
ฉันร้องไห้ออกมา....ซึ่งกว่าฉันจะรู้ตัว ภาพทุ่งหญ้าที่อยู่ตรงหน้าฉันเมื่อนาทีที่แล้ว มันก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่เต็มโต๊ะ
ฉันไม่พูดกับเค้าอีกเลย และยังคงก้มหน้ามองพื้นต่อไป
หมดชั่วโมงศิลปะแล้ว เราทั้งหมดไปล้างมือ ล้างหน้าและเปลี่ยนชุดเตรียมตัวเข้านอน
เค้าไม่มาให้ฉันเห็นอีกเลย ทั้งที่ปกติแล้วเค้าจะคอยวนเวียนแกล้งฉันเสมอ
ฉันและนักเรียนทั้งหมด เข้านอนตอนบ่าย เราถูกแบ่งนักเรียนหญิงกับชายนอนคนละฝั่งโดยหันหัวชนกัน
ซึ่งก็แน่ล่ะ เค้าต้องนอนตรงกับฉัน และตอนนี้ ที่ตรงข้ามฉันยังคงว่างเปล่า
ซึ่งก็แน่ล่ะ เค้าต้องนอนตรงกับฉัน และตอนนี้ ที่ตรงข้ามฉันยังคงว่างเปล่า
ฉันข่มตาหลับตามที่คุณครูบอก แต่ไม่อาจละความกังวลใจจากเสื้อสวยของฉันได้
ไม่นานนัก หลังจากเสียงปิดประตูห้อง ฉันก็รู้สึกได้ว่าใครคนนึงกำลังเดินมาที่ฉัน
เค้าแน่ๆ ฉันยังคงแกล้งหลับตาต่อไป จนกระทั่งเค้านอนลงตรงที่ว่างของตัวเอง...
ไม่นานนัก หลังจากเสียงปิดประตูห้อง ฉันก็รู้สึกได้ว่าใครคนนึงกำลังเดินมาที่ฉัน
เค้าแน่ๆ ฉันยังคงแกล้งหลับตาต่อไป จนกระทั่งเค้านอนลงตรงที่ว่างของตัวเอง...
เด็กหญิงอ.3 กำลังข่มตาหลับ ท่ามกลางความสับสนมากมาย
ทำไมกันคนที่เธอเฝ้าแต่แอบมองต้องทำเรื่องร้ายๆกับเธอเสมอ
เธอคิดว่าเค้าคงเกลียดเธอซะแล้ว เพราะเธอฉีกภาพเขียนของเค้า เธอไม่กล้ามองหน้าเค้าอีกต่อไป
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้.....
เธอคิดว่าเค้าคงเกลียดเธอซะแล้ว เพราะเธอฉีกภาพเขียนของเค้า เธอไม่กล้ามองหน้าเค้าอีกต่อไป
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้.....
**ลมหายใจแผ่วร้อนประทับลงมาที่แก้มของเธอ
พร้อมกับคำพูดว่า"ขอโทษ นะ"
ครั้งนี้รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นอีกครั้ง
โดยที่เธอไม่ต้องก้มหน้ามองพื้นอีกแล้ว
หรือนี่เธอกำลังฝันไปนะ............................
โดยที่เธอไม่ต้องก้มหน้ามองพื้นอีกแล้ว
หรือนี่เธอกำลังฝันไปนะ............................
ป.ล. พอนึกขึ้นได้ว่าจำหน้าเด็กผู้ชายคนนั้นไม่ได้แล้ว ฉันก็รู้สึกใจหาย และคิดว่าเมื่อเวลาหมุนไป ฉันจะหลงลืมใครไปอีกบ้างนะ