2005/Sep/18

ในเช้าวันหนึ่ง ที่ท้องฟ้าช่างสดใสไม่ต่างอะไรจากหัวใจของเด็กน้อย
เด็กหญิงอ.3 เธอไม่ค่อยพูดคุยกับใครๆนัก
แต่ก็มีความสุขและร่าเริงดี
...........ในแบบเงียบๆ
วันนี้เด็กหญิงสวมชุดซึ่งเธอคิดว่าน่ารักที่สุด ในบรรดาเครื่องแบบนักเรียนอนุบาล
ที่ทั้งหมดแล้วไม่ต่างอะไรกันนักเลย แต่เธอก็เลือกมันอยู่นานเชียวล่ะ
เมื่อมาถึงโรงเรียน เธอกล่าวสวัสดีเบาๆกับคุณครู
..เด็กหญิงอ.3 เธอมักจะก้มหน้าเสมอ
ไม่รู้ว่าบนพื้นนั่นมีภาพของใครสะท้อนอยู่
เพราะเธอมักจะมองมัน พร้อมกับยิ้มเล็กๆที่มุมปากเสมอ
เธอไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นกันเพื่อนๆ
เธอกลัวว่าชุดสวยที่เธอเลือกมาตลอดทั้งเช้าจะยับและสกปรกไม่น่าดู
แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ริมสนาม มองดูเพื่อนๆเล่นสนุกกัน
หรือเธอกำลังมองหาใครกันนะ?
เสียงกระดิ่งเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว เด็กหญิงถอนหายใจพร้อมกับลุกขึ้น
ปัดกระโปรงให้เข้าทีแล้วเดินไปเข้าแถวอย่างช้าๆ
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนึ่งดังกระชั้นขึ้นเรื่อยๆจากด้านหลัง

"ยัยผมสองแกละ...ว่าไงเด็กอาราเล่"

เธอยังคงก้มหน้า มองที่พื้นนั่น
"นี่แหนะ...นี่ๆ" เด็กชายท่าทางร้ายๆคนนั้น เอื้อมมือมาดึงผมเธอเบาๆ
เธอหันหน้าหนี พร้อมกับปัดมือเล็กๆนั่นออกจากผม
นาทีนั้น รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ
ใช่แล้วล่ะ ฉันหลงรักเด็กผู้ชายร้ายๆคนนั้น
วันนี้ก่อนถึงเวลานอนตอนบ่าย เรามีเรียนศิลปะกัน
เป็นชั่วโมงที่ฉันชอบเอามากๆ เพราะพวกเราทุกคนจะต้องก้มหน้า ก้มตา ขะมักเขม้นกันผลงานตรงหน้า

ฉันจะไม่แปลกแยกหรือโดนเพื่อนๆล้อว่าเอาแต่ก้มหน้าอีกแล้ว
ตอนนี้เค้านั่งตรงข้ามกับฉัน พวกเราต้องใช้สีเทียนร่วมกัน
ฉันชอบระบายสีฟ้า ส่วนเค้า สีเขียว นี่คงเป็นครั้งเดียวที่เราไม่ต้องทะเลาะกัน
เค้ามักจะวาดรูปต้นไม้ ทุ่งหญ้า
ส่วนฉันเอาแต่วาดรูปท้องฟ้า...สิ่งเดียวที่ฉันไม่ค่อยจะสนใจมองนัก
ทั้งๆที่ท้องฟ้า วาดง่ายกว่าทุ่งหญ้าป่าเขา แต่ฉันยังคงวาดไปเรื่อยๆเพราะไม่ว่าจะยังไง
ฟ้าของฉันก็ไม่สวยสมใจซักที อาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้เงยหน้ามองมัน
ขณะที่ฉันกำลังมองหาสีส้มเพื่อวาดพระอาทิตย์ ฉันก็เพิ่งสังเกตว่า เค้า และสีส้มนั้นได้หายไปแล้วมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ความรู้สึกหนึ่ง วูบมาที่หลังของฉัน ในวินาที ที่ฉันนึกขึ้นได้ว่า นั่นเป็นสีส้มที่อยู่ในมือของเค้า เจ้าสีเทียนแท่งนั้นก็ถูกวาดเป็นรูปวงกลมซะแล้ว


ฉันร้องไห้ออกมา....ซึ่งกว่าฉันจะรู้ตัว ภาพทุ่งหญ้าที่อยู่ตรงหน้าฉันเมื่อนาทีที่แล้ว มันก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่เต็มโต๊ะ
ฉันไม่พูดกับเค้าอีกเลย และยังคงก้มหน้ามองพื้นต่อไป
หมดชั่วโมงศิลปะแล้ว เราทั้งหมดไปล้างมือ ล้างหน้าและเปลี่ยนชุดเตรียมตัวเข้านอน
เค้าไม่มาให้ฉันเห็นอีกเลย ทั้งที่ปกติแล้วเค้าจะคอยวนเวียนแกล้งฉันเสมอ

ฉันและนักเรียนทั้งหมด เข้านอนตอนบ่าย เราถูกแบ่งนักเรียนหญิงกับชายนอนคนละฝั่งโดยหันหัวชนกัน
ซึ่งก็แน่ล่ะ เค้าต้องนอนตรงกับฉัน และตอนนี้ ที่ตรงข้ามฉันยังคงว่างเปล่า
ฉันข่มตาหลับตามที่คุณครูบอก แต่ไม่อาจละความกังวลใจจากเสื้อสวยของฉันได้
ไม่นานนัก หลังจากเสียงปิดประตูห้อง ฉันก็รู้สึกได้ว่าใครคนนึงกำลังเดินมาที่ฉัน
เค้าแน่ๆ ฉันยังคงแกล้งหลับตาต่อไป จนกระทั่งเค้านอนลงตรงที่ว่างของตัวเอง...
เด็กหญิงอ.3 กำลังข่มตาหลับ ท่ามกลางความสับสนมากมาย
ทำไมกันคนที่เธอเฝ้าแต่แอบมองต้องทำเรื่องร้ายๆกับเธอเสมอ
เธอคิดว่าเค้าคงเกลียดเธอซะแล้ว เพราะเธอฉีกภาพเขียนของเค้า เธอไม่กล้ามองหน้าเค้าอีกต่อไป
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้.....

**
ลมหายใจแผ่วร้อนประทับลงมาที่แก้มของเธอ
พร้อมกับคำพูดว่า
"ขอโทษ นะ"
ครั้งนี้รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นอีกครั้ง
โดยที่เธอไม่ต้องก้มหน้ามองพื้นอีกแล้ว
หรือนี่เธอกำลังฝันไปนะ............................

ป.ล. พอนึกขึ้นได้ว่าจำหน้าเด็กผู้ชายคนนั้นไม่ได้แล้ว ฉันก็รู้สึกใจหาย และคิดว่าเมื่อเวลาหมุนไป ฉันจะหลงลืมใครไปอีกบ้างนะ




2005/Sep/13

ประหยัดพลังงานช่วยชาติกันนะค่ะ

อันที่จริงแล้ว ช่วยชีวิตตัวเองนี่หล่ะ ค่าไฟแพงเหลือเกิ๊นนน
ทุกวันนี้บ้านเราเปิดแอร์ 25 องศาตามที่รัฐบาลแนะนำ แต่ 25 องศาเนี่ย
เราว่ามันยังหนาวเกินไปด้วยซ้ำ บางวันแอบเปลี่ยนเป็น 26 แม่ก็จับได้ทุกครั้ง
ช่วงเล่นเนตไง พอสังเกตว่าแม่หลับแล้ว เราก็แอบปรับแอร์ เมื่อเสียง ติ๊ด..
จากรีโมทดังขึ้น ประมาณ 30 วินาทีให้หลังแม่จะเริ่มพลิกตัว แล้วบอกว่า ร้อนแฮะ

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ตามที่ตั้งท๊อปปิกไว้ "ข้าวนึ่ง"


เคยกินกันป่าว ช่วงนี้บ้านเรากินบ่อย กินทุกวันเลย ปกติแม่จะซื้อมาจากตลาดนัดค่ะ
ราคาก็ประมาณ ถ้วยละ 5 บาท
แม่เราก็คงเล็งเห็นว่า ซื้อกินทุกวันแบบนี้คงไม่ดีแน่ ซึ่งจริงๆแล้ว เราก็ว่าข้าวนึ่งไรนั่น ไม่ได้อร่อยไปกว่าข้าวสวยที่หุงร้อนๆที่บ้านเลย
แต่มันเริ่มจากความขี้เกียจค่ะ อยู่กัน 2 คนแม่ลูก กว่าจะมานั่งหุงข้าว แล้วก็กินกันไม่เท่าไหร่ด้วย ซื้อเอาสะดวกดี

เมื่อวันก่อน แม่กลับบ้านมาพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรังมากๆ ในมือของแม่ไม่มีข้าวนึ่งอย่างเคย แต่แม่กลับหอบเอา " ซึ้ง " ขนาดกำลังน่ารักกลับมาด้วย...

ยะโฮ้..ต่อไปนี้บ้านเราจะกินข้าวนึ่งกันทุกๆวันไม่ต้องไปซื้อเค้าแล้ว
เย้ๆๆ..ๆ.ๆ


เรามาดูราคาต้นทุนกันค่ะ

1. ซึ้ง(เอาไว้นึ่งอาหาร มิใช่เอาไว้ซาบซึ้ง) ราคายังคงเป็นที่น่าสงสัยค่ะ
เพราะระหว่าสอบถาม เผลอทำท่าทางให้แม่โกรธ แม่เลยไม่ยอมบอก

2. ถ้วยใส่ข้าว สำหรับนึ่ง อันนี้เห็นประมาณ 4 ถ้วยค่ะ ไม่ทราบราคาอีกเช่นกัน

3. ไม่มีแระ

4. อ๋อ อย่าลืมข้าวค่ะ

แค่นี้เอ๊งงงง ง๊ายง่าย ไม่ต้องไปซื้อเค้าให้เปลืองค่ะ

ไหนๆซะก็เป็นบลอกแล้ว งั้นบอกวิธีทำด้วยล่ะกัน เผื่อบ้านไหนอยากประหยัดแบบเรา

ขั้นแรก เอาน้ำใส่ที่ชั้นล่างของหม้อนึ่งค่ะ แล้วเอาชั้นที่เป็นรูๆมาวางทับ

ขั้นสองเปิดแก๊ส ติดไฟให้เรียบร้อย

ขั้นสาม วิ่งไปตักข้าวสารกรอกใส่ถ้วยเอาน้ำราดพอเปียกๆ

ขั้นสี่ รีบเอาถ้วยไปวางเรียงกันในหม้อ

เสร็จแล้วค่ะ ต่อจากนั้นนั่งรอไปเรื่อยๆระหว่างนี้จะวิ่งไปแอบเปิดดูก็ได้ว่าสุขรึยัง แล้วถ้ามันแข็งเกินไปก็เอาน้ำเทเติมลงไปในถ้วยได้นะจ๊ะ



วันนี้ไปสืบราคามา หม้อนึ่ง ราคา 300 บาท
ช่างเห๊อะ ความสุขของแม่อะ อยากทำไรทำเห๊อะ..
ขณะนี้ บ้านเรา ตั้งหม้อนึ่งข้าวทุกวันไม่มีขี้เกียจเลยค่ะ เก็บล้างก็ง๊าย ง่าย
จากที่เคยล้างหม้อหุงข้าวใบเดียว
ตอนนี้ ล้าง ซึ้งนึ่งข้าว ถ้วยนึ่งข้าว 2-3 ใบ แค่เนี๊ยะ..

เท่านี้ บ้านเราก็ช่วยรัฐบาลประหยัดพลังงานได้แล้ว
บ้านดิชั้นไม่หุงข้าวให้เปลืองไฟแล้วนะค๊ะ

โฮ๊ะๆ.ๆ.ๆ.ๆ

โฮ๊ะๆๆ


ตอนนี้เราเพิ่งรู้ตัว..ว่าเราช่างเป็นลูกสาวที่เหมือนแม่ซะจริงๆเลย
ลองอยากทำอะไรแล้วไม่มีใครห้ามได้ มาห้ามสิจะโกรธ ฮ่าๆ.ๆ.ๆ
แล้วก็ชอบทำเรื่องง่ายๆเป็นเรื่องยากเนี่ย เหมือนกันจริงๆเลยค่ะ

ก๊าก.ก.ก..ก.ก

ไปกินข้าวนึ่ง โช๊ะๆๆๆ

ป.ล. สรุปแล้วมันประหยัดกว่าเดิมไม๊นะ..

2005/Sep/10

ทีแรก เช้านี้เราต้องใจจะไปฟิตเนส ตื่นมาก็ สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว
กะว่า น้ำท่าไม่ต้องอาบ เด๋วออกกำลังกายแล้วอาบน้ำทีเดียวเลย
ระหว่างเตรียมข้าวของเดินไปเดินมาในบ้านตัวเอง อยู่ดีๆก็เมื่อยขึ้นมาเฉยๆ
เลยตัดสินใจว่าไม่ไปไหนดีกว่า เพราะเข้าฟิตเนส ใช่ว่าจะมีประโยชน์อะไรมากมายสำหรับเรา
แค่ไปอาบน้ำ นั่งกินกาแฟ อ่านนิตยสาร มันก็เท่านั้น

ว่าแล้วก็เหลือบตาไปมองกองดีวีดีสิบกว่าเรื่องที่เพิ่งซื้อมา..
เฮ้อ...ตัดสินใจดูเรื่อง แฮปปี้ทูเกทเตอร์ก่อนเลย เรื่องนี้เป็นหนังของ คุณหว่อง กาไว
ได้ยินชื่อมานานแล้วล่ะ คนพูดถึงก็เยอะ แต่ยังไม่เคยลองดูเลยซักเรื่อง
เคยถามพี่แปะว่า เราควรเริ่มดูจากเรื่องไหนดี เอาเรื่องที่ดูง่ายๆ
ได้คำตอบว่า ดูยากหมดแหละ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

วันนี้ ที่เลือกดูเรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องของเกย์..

อุ๊บ...ไม่ใช่นะ
ที่เลือกดูเรื่องนี้เพราะ รัชชี่ฝากซื้อ แต่เรายึดแผ่นไว้ยังไม่ได้เอาไปให้
เป็นของยืมมาก็เลยรีบๆดูก่อนดีกว่า หลังจากผลัดผ่อนมาหลายวัน
ทุกครั้งที่เราเกิดอยากดูหนังเรื่องนี้ มันก็ดึกแล้วทุกที ไม่กล้าดูตอนกลางคืน
เรากลัวว่าดูดึกๆแล้วเราจะง่วงหลับไป
เพราะดูภาพจากปกแล้ว ไม่น่าจะใช่หนังที่ตื่นเต้นอะไรนัก ตัวละครทำหน้าเบื่อหน่ายมากๆ

เอาล่ะๆ เรามาเปิดซีดีดูกันเล๊ยย.ย.ย
เตรียมพร้อมค่ะ
เริ่มฉากแรกด้วยภาพโทนขาวดำ
โอย....กรี๊ด.ด.ด. เปิดมาก็ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฉาก นัวเนีย นัวเนีย
หากแต่ว่า ภาพการร่วมรักที่เห็นนั่น เป็นเลสลี่จาง กับเหลียงเฉาเหว่ย
โอ้ว.ว.ว. คุณพี่คะ เล่นได้สมจริงมากๆเลยค่ะ

สารภาพตามตรงเลยนะ เราดูหนังเรื่องนี้จบ แต่กลับเล่าไม่ได้ว่าเนื้อหาในนั้นมันคืออะไร
น้ำตกนั่น สำคัญยังไงเหรอ ทำไมทั้งคู่จึงต้องอยากเดินทางไปให้ได้ แล้วทำไมต้องประภาคาร
เรื่องนี้ ภาพแปลกๆดี อาจแปลกเพราะเราไม่เคยดูแบบนี้มั๊ง เนื้อหาไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย
เรื่องราวทั้งหมดเหมือนจะดำเนินไปอย่างเงียบๆ
อยากบอกว่า เรื่องนี้ ไม่ใช่หนังเกย์ แค่เป็นเรื่องราวคนรักรวมเพศ จะเรียกอย่างนี้ได้ไม๊นะ
ความรักหน่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็เจ็บปวดได้ทั้งนั้นไม่ต่างอะไรกันหรอก

ที่เค้าว่ากันว่า หนังของหว่องกาไว ดูแล้วเหงา เราเพิ่งรู้สึกได้ว่ามันแบบนี้นี่เอง
ตอนที่ เหอเป่า ป่วยแล้ว ไหลเยี่ยฟา คอยเฝ้าดูแลทั้งที่เป็นห่วงและรักมาก แต่ก็กลับทำท่าทีเย็นชา
แต่ลึกๆแล้วก็รักซะมากมาย ไม่ว่าออกไปซื้อบุหรี่กลางดึก หรือลุกมาทำกับข้าวให้ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นไข้

เราชอบที่เฉิน บอกกับไหลเยี่ยฟาว่า บางครั้งสายตาก็มองไม่ชัดเท่าได้ยิน
เพราะเสียงโกหกไม่ได้ ถึงเราจะทำท่าทีว่าสนุกแค่ไหน แต่เสียงจะบอกทุกๆอย่างชัดเจน

ดูหนังจบร้องเฮ้อ...1 ที จบแล้วเหรอเนี่ย
ยังเหลือหนังเฮียหว่องอีก 2 เรื่อง ไม่กล้าดู ไว้ก่อนแล้วกันเนอะ


ป.ล. ใครดูแล้ว อธิบายให้ฟังหน่อยเหอะ คนไม่เคยดู ไม่เข้าใจจริงๆ น้ำตกนั่นมันสำคัญอะไรนักหนา

"ผมเคยคิดว่า ตัวเองแตกต่างจากเหอเป่า แต่ในความเหงาแล้ว พวกเราคือสิ่งเดียวกัน"




edit @ 2005/09/12 01:24:55